(+66) 02-635-4995
Call Center
Mon-Fri 8.30 - 18.00
Beauty Tips

ดูแลตัวเองอย่างไร? หลังฉีดโบท็อกซ์

หลายคนอาจเคยมีอาการส่องกระจกแล้ว “ต๊กกะใจ” ว่าเราทำไมคล้ายคุณป้าข้างบ้าน แถมมีรอยตีนกาเดินผ่านที่ข้างตา อะไรที่เคยเด้งดึ๋ง เต่งตึง ก็กลับเริ่มหย่อนยาน การย้อนรอยสู่ความเยาว์วัย รักษาความสวยหล่อเอาไว้ให้คงทน นวัตกรรมทางการแพทย์ทั้งฉีด เสริม เติม แต่ง จึงได้รับความนิยมอย่างมากในสังคมไทย ซึ่งสารสุดฮิตที่คนนิยมฉีดเสริมความงามในปัจจุบัน มีอยู่ 2 ตัว คือ โบท็อกซ์ และฟิลเลอร์

Botox
นั้นคือโบทูลินั่มทอกซินบริสุทธิ์ ที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดริ้วร้อยเล็กๆ และริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้าค่ะ นอกจากนี้แล้ว Botox ยังใช้ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ตีนกา และรอยขมวดคิ้วได้เป็น รวมไปถึงใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าเล็กลง และใช้ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เมื่อตัดสินใจที่จะทำการฉีดโบท๊อกซ์แล้ว คนไข้ควรปฏิบัติตัว และดูแลตัวเองให้ถูกต้อง ดังนี้

แนวทางปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

1. หลังฉีด ทันที ไม่ควรจับ ลูกคลำ หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา
2. ภายใน 4 ชั่วโมง หลังฉีดใหม่ๆ ยังไม่ควรไปนอนราบ หรือนอนตะแคง เพราะในช่วง 4 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงการซึมของยาเข้ากล้ามเนื้อ
    ถ้านอนตะแคงจะทำให้การกระจายตัวของยาผิดจากตำแหน่งที่แพทย์คาดการณ์ไว้ได้ เมื่อเลย 4 ชั่วโมงไปแล้ว สามารถนอน หรือตะแคงได้
    ตามปกติ
3. ภายใน 4 ชั่วโมงแรก หลังฉีดโบท๊อกซ์ มีความสำคัญมากๆ ต้องบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการ
    ให้ออกฤทธิ์มากที่สุด เช่น ฉีดหางตา ควรยิ้มบ่อยๆ ฉีดหน้าผากควรยักคิ้วบ่อยๆ หรือฉีดกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 15-30 นาที่ หรือ 4 ชั่วโมง
    ตามดุลยพินิจแพทย์
4. ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรงดการเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโตที่หน้า เพราะความร้อนเฉพาะจุดเป็นเวลานาน
    อาจส่งผลต่อโบท๊อกซ์ได้ใน 2 สัปดาห์แรกความร้อนที่สามารถโดนได้คือ ไดร์เป่าผม อาบน้ำอุ่น (งดบริเวณที่ฉีด โบท๊อกซ์) และโดนแสงแดด
    ที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ตามปกติ
5. หลังฉีดแต่งหน้า ทาแป้ง ทาครีมได้ตามปกติ เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์สามารถทำ Treatment ได้ตามปกติ (ยกเว้น Laser, RF และ
    Ionto ต้องรอ 2 สัปดาห์)
6. สำหรับการฉีดโบท๊อกซ์ที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อกราม และน่อง ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-4 สัปดาห์ ดังนั้น ช่วงแรกๆ อาจยัง
   ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ฤทธิ์ยาจะมีผลสูงสุดในช่วง 4-8 สัปดาห์ (1-2 เดือน) และจะหมดฤทธิ์เมื่อครบเวลา 4-6 เดือน หรืออาจจะนานกว่านี้
    กรณีที่ฉีดโบท๊อกซ์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ดังนั้นถ้าจะให้เห็นผลในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามและน่องอย่างมีประสิทธิภาพควรฉีดต่อเนื่องกัน
    ทุก 4-6 เดือน ประมาณ 3-4 ครั้ง เมื่อหยุดฉีดขาดกล้ามเนื้อจะเปลี่ยนไปจนสังเกตได้
7. ใน 2 วันแรก งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ จะเพิ่มระบบการไหลเวียนของเลือด และจะเป็นการล้างยาโบท๊อกที่ฉีดไป
8. หลังฉีดสามารถรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

กรณีที่มีอาการข้างเคียง ตามรายการด้านล่างให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำแพทย์ดังนี้
1. หลังฉีดอาจมีรอยเข็มแดงๆ ในบริเวณที่ฉีด จะหายเองภายใน 1 วัน อาจบวมเฉพาะจุดเล็กน้อยได้ และค่อยๆ ยุบลงภายใน 2-3 ชั่วโมง
2. อาจเกิดรอยเขียวช้ำได้เล็กน้อย มักเจอในคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด, Aspirin หรือ วิตามิน E/ อาหารเสริมบางชนิด เช่น Fish oil,
    Primrose อยู่ด้วย ซึ่งรอยเขียวช้ำจะค่อยๆ จางลงภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้น ช่วงแรกสามารถทาแป้ง, Concealer หรือรองพื้น ปกปิดบริเวณ
    ที่เขียวช้ำไว้ก่อนได้

สำหรับการฉีดโบท๊อกซ์ที่กล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้แก่ หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ ภายใน 3-7 วัน กรณีฉีดหลายๆ ต่ำแหน่งพร้อมกันอาจทำให้มีการตาแห้ง ตามัวเล็กน้อย ยักคิ้วได้ยาก ขมวดคิ้วได้ยากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และจะค่อยๆ ดีขึ้นเองจนเป็นธรรมชาติในสัปดาห์ที่ 3-4