
การเลเซอร์รักแร้เป็นวิธีกำจัดขนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถทำลายรากขนได้โดยตรง โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่การเลเซอร์รักแร้ยังมีหลายสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ เช่น การเตรียมตัวก่อนทำ หรือรายละเอียดในการทำซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เราจะแนะนำวิธีการสร้างวงแขนที่ขาวเนียนไร้ขนด้วยการเลเซอร์ ว่าจำเป็นต้องทราบข้อมูลใดบ้างก่อนตัดสินใจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้คุณเลือกใช้บริการในคลินิกที่ไว้ใจ และได้ผลลัพธ์อย่างที่ตัวเองต้องการ
ทำความเข้าใจกับปัญหาขนรักแร้
ปัญหาขนรักแร้เป็นปัญหาที่หลายคนต้องเคยเจอ และอาจสร้างความไม่สบายกายหรือความไม่สบายใจได้ โดยเฉพาะในคุณผู้หญิงที่อาจเกิดความไม่มั่นใจเมื่อต้องสวมใส่เสื้อผ้าในบางชุด ไม่เพียงเท่านั้นขนรักแร้ยังอาจเป็นตัวการของความอับชื้นและกลิ่นตัว ซึ่งทำให้เสียบุคลิกภาพได้
แม้ว่าขนรักแร้จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ปัญหานี้ก็ส่งผลให้หลายคนกลุ้มใจเป็นอย่างมาก และต้องการหาวิธีการที่จะกำจัดมันให้หมดไป ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่สามารถกำจัดขนรักแร้ได้
บางคนพยายามแก้ไขปัญหานี้ที่ปลายเหตุด้วยการโกนขนรักแร้บ่อย ๆ ซึ่งแม้ว่าการโกนจะสามารถกำจัดขนได้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่ก็อาจทำให้เกิดปัญหาขนคุด เกิดอาการระคายเคือง หรือเป็นสิวบริเวณรักแร้ตามมาได้เช่นกัน
ในขณะที่บางคนก็พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การแว็กซ์หรือการใช้ครีมกำจัดขน ซึ่งก็ต่างเป็นวิธีที่กำจัดขนได้ชั่วคราว และมีข้อเสียตามมาในหลาย ๆ รูปแบบที่แตกต่างกัน
ด้วยเหตุนี้ ทางเลือกในการจบปัญหาขนรักแร้ด้วยการเลเซอร์จึงกลายเป็นคำตอบ เพราะได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการกำจัดขนด้วยวิธีเดิม ๆ และได้รับการยอมรับจากผู้ที่เคยทำเลเซอร์รักแร้ ที่รีวิวกันว่าเป็นวิธีที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ไม่ต้องการโกนหรือถอนขนรักแร้บ่อยๆ
วิธีการกำจัดขนรักแร้มีอะไรบ้าง
การกำจัดขนรักแร้มีหลายวิธี และต่างมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน การเลือกว่าจะใช้วิธีการไหนจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและความสะดวกของแต่ละบุคคล และเพื่อให้เห็นภาพรวมว่ามีวิธีการใดบ้างที่จะกำจัดขนใต้วงแขนได้ เราจึงรวบรวมวิธีการในการกำจัดขนที่เป็นไปได้ และเชื่อว่าเป็นวิธีที่หลายคนเคยลองมาแล้วทั้งนั้น ดังนี้
1. การถอน การถอนขนเป็นวิธีกำจัดขนรักแร้ที่ง่ายที่สุด และเป็นการกำจัดเส้นขนทั้งเส้นที่ทำให้ขนเส้นใหม่งอกออกมาช้ากว่าการโกน แต่การถอนจะทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บ และมีข้อเสียที่ทำให้เกิดปัญหาขนคุดและทำให้ผิวใต้วงแขนไม่เรียบเนียน เนื่องมาจากอาจทำให้เส้นขนขาดและค้างอยู่ในรูขุมขนจนเกิดเป็นปัญหาผิวหนังไก่ได้
2. การโกน การโกนขนรักแร้เป็นวิธีที่กำจัดขนได้รวดเร็วแต่ต้องคอยโกนบ่อย ๆ อยู่เสมอ ทั้งนี้ การโกนสามารถทำได้ด้วยมีดโกนหรือเครื่องโกนไฟฟ้า ซึ่งมีข้อเสียที่สำคัญคือทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย อาจเกิดเป็นแผล และทำให้เส้นขนที่งอกออกมาใหม่มีลักษณะที่หนาและสีเข้มขึ้นกว่าเดิม
3. การแว็กซ์ การแว็กซ์เป็นอีกวิธีที่สามารถกำจัดขนรักแร้ได้ด้วยตัวเอง และเหมาะกับการกำจัดขนทีละมาก ๆ ดังนั้น จึงสามารถแว็กซ์ขนได้หลายบริเวณ ทั้งใต้วงแขนหรือขนหน้าแข้ง ทั้งนี้การแว็กซ์ก็มีข้อเสียเรื่องความเจ็บ และถ้าทำไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เกิดผิวหนังไก่และขนคุด หรืออาจส่งผลกระทบต่อชั้นผิวภายนอกในระยะยาวได้
4. การใช้ครีมกำจัดขน วิธีนี้สามารถทำได้สะดวก แต่เสี่ยงต่อการเกิดขนคุด และขนเส้นใหม่จะงอกขึ้นมาซ้ำในเวลาเพียงไม่นาน เนื่องจากครีมกำจัดขนจะเข้าไปทำลายเส้นขนให้ขาด แต่รากขนยังคงอยู่ตามเดิม อีกทั้งการใช้ครีมกำจัดขนมักมีส่วนผสมของสารเคมีบางชนิด ซึ่งส่งผลให้เกิดการระคายเคือง อาการแสบ และเป็นผื่นได้ง่ายกว่าวิธีการอื่น ๆ
5. การทำเลเซอร์ขนรักแร้ IPL (Intense Pulsed Light) เครื่อง IPL คือเครื่องกำจัดขนที่ใช้คลื่นแสง IPL ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตเครื่องดังกล่าวในลักษณะพกพา แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพในการกำจัดขนที่ต่ำกว่าการเลเซอร์รักแร้ นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผิวไหม้ เป็นแผล และเกิดรอยดำ หากใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่รู้วิธีการในการปรับค่าพลังงานอย่างเหมาะสม
6. การเลเซอร์ การเลเซอร์รักแร้เป็นวิธีการกำจัดขนที่ได้รับความนิยมสูง และสามารถหยุดการเจริญเติบโตของเส้นขนได้ ทำให้สามารถสร้างวงแขนที่เรียบเนียนอย่างที่ต้องการได้ยาวนาน
การเลเซอร์รักแร้ดีกว่าการกำจัดขนรักแร้ด้วยวิธีอื่น ๆ อย่างไร?
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การเลเซอร์รักแร้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเดิม ๆ ที่หลายคนเคยเจอ ดังนั้น วิธีการดังกล่าวจึงมีข้อดีหลายประการที่ดีกว่าการกำจัดขนด้วยการถอน การโกน การแว็กซ์ หรือวิธีการอื่น ๆ ดังต่อไปนี้
- เห็นผลลัพธ์การกำจัดขนที่ยาวนาน การยิงเลเซอร์เพื่อกำจัดขนรักแร้มีส่วนในการหยุดการเจริญเติบโตของเส้นขนได้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ ดังนั้น ขนเส้นใหม่ที่จะขึ้นมาจะทิ้งระยะเวลานานกว่า เส้นขนจะมีสีอ่อนลง และเส้นเล็กลงเรื่อย ๆ หากมีการยิงเลเซอร์ซ้ำ
- เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ช่วยปรับผิวใต้วงแขนเรียบเนียนขึ้น ผิวบริเวณรักแร้ของคุณจะเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อมีการเลเซอร์อย่างต่อเนื่อง
- ลดปัญหาขนคุด ปัญหาขนคุดจะเกิดขึ้นเมื่อคุณโกนหรือแว็กซ์ขนบ่อย ๆ แต่การเลเซอร์รักแร้จะช่วยลดโอกาสการเกิดขนคุดที่กวนใจคุณได้เป็นอย่างดี
- ลดการระคายเคือง การกำจัดขนรักแร้ด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การโกนหรือการแว็กซ์ อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือเกิดผื่นแดงได้ แต่การเลเซอร์รักแร้มีโอกาสทำให้เกิดการระคายเคืองได้น้อยกว่า เพราะเลเซอร์จะส่งพลังงานลงลึกไปถึงรากขน ช่วยให้สามารถกำจัดขนได้อย่างตรงจุด และไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณโดยรอบ
- ลดปัญหากลิ่นตัว เมื่อสามารถกำจัดขนรักแร้ได้อย่างหมดจด ก็จะช่วยลดการสะสมเหงื่อและแบคทีเรียใต้วงแขน ทำให้ปัญหากลิ่นตัวลดลงได้
- ทำได้ทุกสภาพผิว การเลเซอร์รักแร้สามารถใช้ได้กับทุกคน ไม่ว่าจะมีสภาพผิวแบบไหนก็ตาม
- ปราศจากสารเคมีอันตราย การเลเซอร์ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีใด ๆ เหมือนการแว็กซ์ ทำให้เป็นวิธีที่ปลอดภัยโดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย
- ประหยัดเวลาในระยะยาว แม้ว่าการเลเซอร์ขนรักแร้จะต้องทำซ้ำหลายครั้ง แต่เมื่อพิจารณาในระยะยาว วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า
ข้อดีของเลเซอร์รักแร้มีอะไรบ้าง ผิวขาวขึ้นไหม?
หลังจากเปรียบเทียบวิธีการในการกำจัดขนด้วยวิธีการต่าง ๆ แล้ว สามารถสรุปข้อดีของการเลเซอร์รักแร้เป็นข้อ ๆ ได้ดังต่อไปนี้
1. วิธีการนี้เป็นการกำจัดขนที่ต้นตอ และทำให้เส้นขนงอกขึ้นมาได้ช้าลง หรือแทบจะไม่งอกใหม่อีกเลย ซึ่งช่วยให้ผิวใต้วงแขนแลดูขาวขึ้นได้
2. การใช้เลเซอร์รักแร้เป็นวิธีมาตรฐานที่ปลอดภัย หากเลือกใช้บริการในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด
3. การใช้เลเซอร์ช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาตุ่มหนังไก่ ปัญหาขนคุด หรือรูขุมขนอุดตันใต้วงแขนได้
4. การกำจัดขนด้วยการใช้เลเซอร์ช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ลดความอับชื้น รวมไปถึงลดปัญหากลิ่นตัวในบางบุคคลได้
เลเซอร์รักแร้กี่ครั้งถึงเห็นผล?
การเลเซอร์รักแร้สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยหลังจากยิงเลเซอร์ไปแล้ว เส้นขนจะหลุดร่วงไปเองภายใน 1 สัปดาห์ และทำให้เส้นขนเส้นใหม่ขึ้นมาช้าลง หรือทำให้เส้นขนบางลงเรื่อย ๆ ดังนั้น การเลเซอร์ขนรักแร้จึงจำเป็นต้องทำหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลได้ดี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรทำต่อเนื่องอย่างน้อย 5-6 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละ 3-4 สัปดาห์ เพื่อรอให้เส้นขนเข้าสู่ระยะ ANAGEN ซึ่งเป็นระยะการเติบโตที่เส้นขนยังอยู่ติดกับรากขน และมีเม็ดสีเมลานินมากที่สุด ทำให้เลเซอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
การใช้เลเซอร์สามารถกำจัดขนได้อย่างถาวรไหม?
เนื่องจากเส้นขนมีการเจริญเติบโตหลายระยะ ซึ่งการใช้เลเซอร์จะมีประสิทธิภาพในการกำจัดเส้นขนได้ดีที่สุดในระยะเติบโต (Anagen phase) ดังนั้น การเลเซอร์รักแร้จึงไม่ได้ให้ผลลัพธ์ในการกำจัดขนอย่างถาวร 100% ตั้งแต่ครั้งแรก แต่สามารถลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจะช่วยให้เลเซอร์สามารถเข้าไปจัดการกับเส้นขนได้อย่างครอบคลุมในทุกระยะ
เลเซอร์ที่ยิงเข้าไปจะช่วยทำลายรากขนได้บางส่วน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปลอดภัยต่อร่างกายมนุษย์ และมีส่วนช่วยลดการเจริญเติบโตของเส้นขนได้ ดังนั้น เมื่อมีการใช้เลเซอร์กำจัดขนรักแร้อย่างเหมาะสมจึงส่งผลให้ขนเส้นใหม่ที่งอกขึ้นมาบางลงและมีสีอ่อนลงกว่าเส้นขนเส้นเดิมได้นั่นเอง
เปรียบเทียบเลเซอร์กำจัดขนรักแร้
ในปัจจุบัน เราก็มีเทคโนโลยีสำหรับการกำจัดขนรักแร้อยู่มากมายให้เลือกใช้ ซึ่งเลเซอร์ 3 ตัวที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับเรื่องขนๆ ก็ได้แก่ Diode, YAG, และ IPL
- Diode Laser เป็นเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดขนโดยเฉพาะ โดยใช้คลื่นแสงที่จะถูกดูดซับโดยเม็ดสีได้ดี และสามารถลงลึกถึงผิวหนังชั้นในส่วนลึกได้ Diode จึงมีความสามารถในการกำจัดขนสูงเมื่อเทียบกับการใช้เลเซอร์ชนิดอื่นๆ โดยสามารถปรับความยาวคลื่นของแสงได้หลากหลาย (800-810, 940,และ 1064-1350 นาโนเมตร) จึงทำให้เหมาะกับการกำจัดขนรักแร้ในทุกโทนสีผิว ลดโอกาสผิวเบิร์นหลังทำ และยังมีประสิทธิภาพในการกำจัดขนที่หนาและสีเข้มได้ดี
- YAG Laser เป็นอีกหนึ่งเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ที่หลายคนคุ้นชื่อกันดี โดยจะใช้ที่ใช้คลื่นพลังงานความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร สามารถหยุดการเจริญเติบโตของเส้นขนที่มีสีเข้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังโดดเด่นในเรื่องการแก้ของปัญหาผิว เช่น ฝ้า กระ จุดจ่างดำ และปัญหารักแร้ดำ
- IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเลเซอร์กำจัดขนที่ใช้แสงหลากหลายรูปแบบ โดยมีที่ความยาวคลื่นเริ่มตั้งแต่ 420 นาโนเมตร ถึง 1,200 นาโนเมตร โดยมักถูกใช้เพื่อการกำขัดขนอ่อนบริเวณใบหน้ามากกว่ากำจัดขนรักแร้ และด้วยช่วงความยาวของคลื่นพลังงานที่กว้าง IPL จึงไม่เหมาะกับคนที่มีสีผิวเข้ม เนื่องจากโอกาสการเกิดผิวไหม้ค่อนข้างสูง
อยากเลเซอร์รักแร้ครั้งแรก ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
การเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับการเลเซอร์รักแร้ครั้งแรกมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการเตรียมตัวอย่างถูกต้องจะมีส่วนให้การรักษามีประสิทธิภาพ และยังส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการอีกด้วย
1. ปรึกษาแพทย์ ก่อนเข้ารับบริการต้องทำการนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ ประเมินสภาพผิวและปริมาณขนรักแร้ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการ ความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่คาดหวังก่อน
2. หลีกเลี่ยงการถอนขนหรือแว็กซ์ก่อนเลเซอร์ ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ก่อนยิงเลเซอร์ ไม่ควรถอนหรือแว็กซ์ขน เนื่องจากจะทำให้รากขนหายไป และทำให้ประสิทธิภาพของการเลเซอร์รักแร้ลดลง
3. งดใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารบางชนิด เช่น AHA BHA เรตินอยด์ ในบริเวณดังกล่าวเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน
4. งดสครับผิว ในบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์ เพราะอาจมีผลให้ผิวถลอกเป็นแผล และมีส่วนให้เกิดการอักเสบตามมาได้
5. เตรียมผิวให้สะอาด ก่อนทำเลเซอร์รักแร้สามารถทำความสะอาดรักแร้ได้ด้วยสบู่อ่อน ๆ เพื่อกำจัดคราบเหงื่อและเตรียมผิวให้พร้อมก่อนเข้ารับบริการได้
ขั้นตอนการเลเซอร์กำจัดขนรักแร้
- ทำความสะอาดและเตรียมผิว – ทำความสะอาดและโกนขนบริเวณใต้วงแขน และอาจมีการทาเจลเย็นหรือเป่าลมเย็นระหว่างทำเพื่อลดอาการระคายเคือง
- ยิงเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ – เครื่องเลเซอร์ส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อทำลายรากขน โดยปกติใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที
- บำรุงผิวหลังทำเลเซอร์ขนรักแร้ – เมื่อทำเสร็จแล้ว จะมีการทาเจลหรือครีมบำรุงเพื่อลดการระคายเคือง
คนที่สนใจอยากยิงเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ อย่าลืมเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์ด้วยการงดแว็กซ์ ถอน และเลือกใส่เสื้อผ้าที่ให้เข้าถึงรักแร้ให้สะดวกในวันที่เข้ารับบริการ
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ เจ็บไหม?
ระหว่างทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ อาจจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ เล็กน้อย เนื่องจากเป็นจุดมีความบอบบาง โดยระดับความระคายเคืองขึ้นอยู่กับเครื่องและโหมดที่ใช้ นอกจากนี้ หลังทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ก็อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งเราสามารถประคบเย็นเพื่อลดความเจ็บปวดลงได้
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ทำให้ผิวบางไหม ?
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้จะไม่ทำให้ผิวบาง เนื่องจากตัวคลื่นพลังงานถูกดูดซับด้วยเม็ดสีในชั้นผิว และไม่มีการลอกหรือผลัดเซลล์ผิวเหมือนเลเซอร์ผิว
การใช้เลเซอร์กำจัดขนอันตรายไหม ?
การเลเซอร์รักแร้ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยหากทำโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและใช้เครื่องที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากการเลเซอร์จะใช้แสงเลเซอร์ยิงตรงผ่านผิวหนังชั้นตื้น ๆ เข้าไปเพื่อทำลายรากขน และมุ่งเป้าไปที่รากขนโดยเฉพาะ ดังนั้น ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นเพียงผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น ความระคายเคืองเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือผิวแดง ซึ่งจะหายไปในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
แม้ว่าการเลเซอร์จะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวหรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ และควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการทำเลเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว มีความปลอดภัย และลดผลข้างเคียงบางอย่างได้ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งจากการใช้เลเซอร์กำจัดขน ซึ่งมีคำอธิบายดังนี้
เลเซอร์รักแร้เสี่ยงโรคมะเร็งจริงไหม?
คนที่กังวลเรื่องความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งไม่จำเป็นต้องคิดมากเกินไป เพราะในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า การเลเซอร์ขนสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะแสงเลเซอร์ที่ใช้ในกระบวนการดังกล่าวไม่ใช่รังสีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หรือไม่ได้ส่งผลต่อโครงสร้างเซลล์ที่ลึกกว่านั้น ดังนั้น จึงไม่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้แต่อย่างใด
สรุปว่าการเลเซอร์รักแร้ดีจริงไหม?
การเลเซอร์รักแร้ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย เหมาะกับทุกสภาพผิว และมีประสิทธิภาพในการกำจัดขนมากกว่าการโกน การถอน หรือการแว็กซ์ โดยไม่มีหลักฐานว่าเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็ง
อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้ที่มีความรู้เฉพาะทางและใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เพราะสิ่งนี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ผลของการเลเซอร์เป็นไปในแบบที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังต้องรู้จักวิธีการในการเตรียมผิวใต้วงแขนให้พร้อมรับมือกับการยิงเลเซอร์ด้วย เพราะหากเราเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม ก็มีส่วนทำให้ผลการยิงเลเซอร์เป็นไปในแบบที่ตัวเองต้องการได้ด้วยเช่นกัน
เลเซอร์รักแร้ที่ Doctorlife Clinic คุ้มค่าอย่างไร?
สำหรับคนที่สนใจเลเซอร์กำจัดจนรักแร้ และกำลังมองหาคลินิกที่มีมาตรฐาน มีผู้เชี่ยวชาญด้านความงามโดยเฉพาะ การใช้บริการจาก Doctorlife Clinic จะช่วยให้คุณเชื่อในคุณภาพและบริการที่เป็นมาตรฐานได้เลย เพราะการเลเซอร์รักแร้ที่นี่จะได้รับการดูแลจากผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ในการกำจัดขน สามารถตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสมกับผิว และลักษณะของขนได้ อีกทั้งการใช้เทคโนโลยี Diode Laser ยังเป็นนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดเส้นขนบริเวณรักแร้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่อนโยนต่อผิว รู้สึกเจ็บน้อยกว่า และสามารถกำจัดขนได้ทุกบริเวณที่ต้องการ
