Ultra Rebooting Skin โปรแกรมผลักวิตามินผิว ฟื้นฟูผิวใสแบบครบวงจร

Ultra Rebooting Skin โปรแกรมผลักวิตามินผิว ฟื้นฟูผิวใสแบบครบวงจร

Ultra Rebooting Skin โปรแกรมผลักวิตามินผิว ฟื้นฟูผิวใสแบบครบวงจร ด้วยความเย็นและพลังแสง 3 สี

การมีผิวหน้าหมองคล้ำ ดูไม่สดใส ผิวแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น มีริ้วรอย หรือมีสิว นับว่าเป็นปัญหากวนใจของใครหลาย ๆ คน และอาจจะเป็นปัญหาผิวที่อาจจะรักษาได้ยาก ซึ่งไม่ว่าเราจะดูแลผิวเป็นอย่างดี ทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดัง แต่ก็อาจจะยังไม่เพียงพอ เนื่องจากผิวหน้าของเราอาจจะไม่ได้รับวิตามินหรือสารอาหารที่มีประโยชน์กับผิวที่ไม่ได้ซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก จึงทำให้แม้จะบำรุงมากเท่าไหร่ก็อาจจะได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล ดังนั้น วิธีที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกถึงระดับเซลล์ผิว และช่วยให้การดูแลผิวมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย สามารถรักษาได้ด้วยการทำทรีตเมนต์โปรแกรมผลักวิตามินผิว Ultra Rebooting Skin จาก Doctorlife Clinic ที่เป็นการใช้นวัตกรรมความเย็นพร้อมกับแสง 3 สี ทำให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึก และได้ผลลัพธ์ผิวกระจ่างใส ดูเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอกันมากขึ้นด้วย

สาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ

ปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น และมีริ้วรอย เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ทั้งจากสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัว รวมไปถึงการมีความเครียดก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำได้ โดยปัจจัยที่ทำให้ผิวหน้าดูไม่สดใสมีดังนี้

ปัญหาผิวหมองคล้ำจากปัจจัยภายนอก ได้แก่

  1. สภาพอากาศ และแสงแดด
    การอยู่ในสภาพอากาศที่มีความชื้นต่ำ ลมแรง อากาศที่หนาวเย็น หรืออยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน จะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแห้ง ผิวลอก ผิวแตกเป็นขุย และเกิดผิวหมองคล้ำตามมา รวมทั้งการเผชิญกับรังสียูวีเอ (UVA) และรังสียูวีบี (UVB) จากแสงแดดก็ส่งผลให้เกิดผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำได้ เนื่องจากแสงแดดจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน และทำให้เกิดผิวแก่ก่อนวัย หรือผิวเกรียมแดดได้อีกด้วย
  2. มลภาวะในชีวิตประจำวัน
    การต้องเจอกับมลภาวะต่าง ๆ เช่น ฝุ่นควัน PM 2.5 ควันจากรถยนต์ หรือมลภาวะจากโรงงานต่าง ๆ จะส่งผลให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื้น และสารอนุภาคขนาดเล็กของละอองฝุ่นก็สามารถผ่านเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดจุดด่างดำ ผิวบอบบางแพ้ง่าย ผิวมัน เกิดริ้วรอย และเกิดผิวหมองคล้ำตามมาได้เช่นกัน
  3. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
    หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอก็สามารถส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของการไหลเวียนเลือดลดลง ผิวพรรณก็จะดูหมองคล้ำ ไม่สดใส ผิวแห้งกร้าน เกิดความหย่อนคล้อยและความเหี่ยวย่นขึ้นได้
  4. การบำรุงผิวพรรณ
    ถ้าขาดการบำรุงผิวจะส่งผลให้ผิวแห้ง ผิวแตกลาย ไม่เรียบเนียน และสีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่หากบำรุงมากเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวพร้อม ๆ กัน ก็จะส่งผลให้ผิวหน้าหมองคล้ำได้เช่นกัน เนื่องจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ใช้บางชนิดอาจจะไม่ถูกกัน จึงทำให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ลดลง และอาจทำให้ผิวบอบบางและเกิดการอักเสบตามมาได้ นอกจากนี้การไม่ผลัดเซลล์ผิวจะทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตาย จนเกิดการสะสมของขี้ไคลและเหงื่อตกค้างอยู่บนใบหน้าและเกิดผิวหมองคล้ำตามมา ดังนั้นจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการผลัดเซลล์ผิวเพื่อช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ
  5. การสูบบุหรี่
    การสูบบุหรี่จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพและผิวพรรณของเรา เนื่องจากสารคาร์บอนมอนอกไซด์และทาร์ในควันบุหรี่จะทำให้ประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดลดลง ทำให้สารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น การผลัดเซลล์ผิวก็อาจเกิดความผิดปกติ รวมทั้งการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวก็จะถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และผิวหยาบกระด้างได้

ปัญหาผิวหมองคล้ำจากปัจจัยภายใน ได้แก่

  1. อายุที่เพิ่มมากขึ้น
    เมื่อคนเรามีอายุที่เพิ่มขึ้น คอลลาเจนในร่างกายก็จะค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย จึงทำให้ผิวที่เต่งตึงก็จะเริ่มหย่อนคล้อยลง ความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นก็จะลดลงด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ และเริ่มมีฝ้า กระ จุดด่างดำมากขึ้นด้วย
  2. พักผ่อนไม่เพียงพอ
    การพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ รวมทั้งยังทำให้เกิดริ้วรอย และเกิดสิวได้ง่าย นอกจากนี้การนอนหลับไม่สนิทยังทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวลดประสิทธิภาพการทำงานน้อยลงด้วย
  3. ความเครียด
    ในส่วนของการมีความเครียดนั้นจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนบางชนิดมากกว่าปกติจนเกิดการเสียสมดุล ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อความวิตกกังวลเหมือนเวลาเราตกอยู่ในอันตราย จึงทำให้ร่างกายส่งเลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะสำคัญและผิวหน้าน้อยลง แล้วจะส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ ดูอิดโรย ไม่กระจ่างใส และความเครียดยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น เกิดริ้วรอยความหย่อนคล้อยได้ง่าย อีกทั้งความเครียดจะทำให้ร่างกายผลิตไขมันมากขึ้น จนเข้าไปอุดตันในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวนั่นเอง

Ultra Rebooting Skin โปรแกรมผลักวิตามินผิว คืออะไร ?

โปรแกรมผลักวิตามินหน้าใส Ultra Rebooting Skin จาก Doctorlife Clinic เป็นการทำทรีตเมนต์ที่ช่วยฟื้นฟูบำรุงลึกถึงระดับเซลล์ผิว โดยการใช้นวัตกรรมความเย็น Cryotherapy ด้วยอุณหภูมิลบ 5-10 องศา ผลักวิตามินเข้าสู่ผิวอย่างล้ำลึก ด้วยหลักการพลังงานประจุไอออนบวกและไอออนลบเข้าสู่ผิวทำให้เป็นการเปิดช่องว่างผิวชั่วขณะ เพื่อให้วิตามินได้ซึมซาบลงลึกสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าวิธีนี้เป็นการส่งวิตามินผิวที่ลงลึกได้ดีกว่าการทาครีมบำรุงผิวทั่วไปและมีความใกล้เคียงกับการฉีดวิตามินลงบนผิว

นอกจากจะใช้ Cryotherapy ระบบความเย็นในการดูแลผิวแล้ว ยังมีการผสานการทำงานร่วมกับนวัตกรรม Luminous Trinity แสงบำบัดทั้ง 3 สี คือ สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง ที่จะช่วยแก้ปัญหาผิวและมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทั้งการช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เพิ่มความกระจ่างใส กระชับรูขุมขน ลดสิว ลดรอยแดงรอยดำ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่งสดใส และช่วยปลอมประโลมผิวได้เป็นอย่างดี

แสงบำบัด 3 สี ในโปรแกรม Ultra Rebooting Skin ดียังไง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

สำหรับโปรแกรม Ultra Rebooting Skin จะใช้พลังงานความเย็นในการผลักเอาวิตามินเข้าสู่ชั้นผิว ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดการระคายเคือง และช่วยป้องกันปัญหาผิวบางได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยการใช้นวัตกรรม Luminous Trinity แสง 3 สี เข้ามาช่วยในการผลักวิตามินต่าง ๆ ให้ลงลึกสู่ผิว รวมถึงช่วยแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ โดยมีจุดเด่นของแต่ละสี ดังนี้

  • แสงสีแดง (Red light)
    ความยาวคลื่นแสง 850 nm ลึกถึงระดับ Hypodermis ชั้นใต้ผิวหนัง มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นเซลล์ ปกป้องผิวและฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้ผิวแข็งแรง พร้อมช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า กระชับกล้ามเนื้อ ปรับผิวให้เรียบเนียน รวมทั้งช่วยลดการอักเสบของผิว ช่วยในกระบวนการซ่อมแซมผิว (Healing Process) และช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ส่งผลให้ริ้วรอยและจุดด่างดำต่าง ๆ ดูจางลง และผิวดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
  • แสงสีเหลือง (Yellow light)
    ความยาวคลื่นแสง 630 nm ลึกถึงระดับ Dermis ผิวชั้นหนังแท้ มีคุณสมบัติที่ช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใส ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ลดรอยแดงจากการอักเสบของผิวโดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ลดปัญหาผิวไหม้จากแสงแดด อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองและระบบการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยทำให้สีผิวมีความสม่ำเสมอกัน
  • แสงสีน้ำเงิน (Blue light)
    ความยาวคลื่นแสง 470 nm ลึกถึงระดับ Epidermis ผิวชั้นนอก มีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดสิว ช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.Acnes สาเหตุของการเกิดสิวโดยเฉพาะ ทำให้สิวยุบตัวไว และลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ พร้อมช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันที่รูขุมขนจึงช่วยลดความมันบนใบหน้า ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอุดตันอีกด้วย

ข้อดีของการทำโปรแกรม Ultra Rebooting Skin ฟื้นฟูผิวใสแบบครบวงจร

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
  • ลดเลือนริ้วรอย ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และรอยแผลต่าง ๆ
  • กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูเต่งตึง
  • เติมน้ำให้กับผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู ดูกระจ่างใส มากกว่าการทาครีมถึง 3 เท่า
  • ช่วยให้ผิวกระชับ เนียนนุ่ม
  • ลดความหมองคล้ำ และปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น
  • ช่วยลดความมันบนใบหน้า
  • รักษาสิว ลดปัญหาการอักเสบของสิว และลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ
  • ปกป้องผิวจากการทำลายของรังสียูวี
  • รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำต่าง ๆ และรอยแผลเป็นจากสิว
  • ช่วยให้ผิวสุภาพดี และแต่งหน้าติดได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต และกระตุ้นการทำงานของระบบน้ำเหลืองให้ไหลเวียนดีขึ้น

Ultra Rebooting Skin เหมาะสำหรับใครบ้าง

Ultra Rebooting Skin เหมาะสำหรับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ แลดูไม่สดใส
  • ผู้มีปัญหาผิวแห้งกร้านขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวแพ้ง่าย ต้องการให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้น ๆ และต้องการให้ริ้วรอยจางลง
  • ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าเรียบเนียนขึ้น
  • ผู้ที่ต้องเจอกับสภาวะฝุ่นควันและแสงแดด
  • ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำและรอยแดงบนใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวมัน มีผดผื่น แต่งหน้าไม่ค่อยติดทน

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Ultra Rebooting Skin

หากมีการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายและผิวพรรณก่อนการทำหัตถการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้นได้ โดยมีวิธีการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

  • หากมีโรคประจำตัว มียาที่รับประทานประจำ หรือแพ้ยาอะไรหรือไม่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับบริการ
  • งดแว็กซ์ ขัด สครับผิว นวดหน้า โกนขน หรือเลเซอร์บริเวณที่ทำประมาณ 3 วัน ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อป้องกันอาการบวมแดง อักเสบ และระคายเคือง
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่โดนแสงแดดเป็นเวลานาน รวมถึงการอาบแดด เนื่องจากจะทำให้ผิวเกิดอาการไหม้ได้
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
  • งดการทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนมากขึ้น เช่น การออกกำลังกาย การซาวน่า เป็นต้น

การดูแลหลังเข้ารับบริการโปรแกรม Ultra Rebooting Skin

หลังการทำทรีตเมนต์โปรแกรมผลักวิตามิน เพื่อผิวกระจ่างใสและฟื้นฟูผิวแบบครบวงจร ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

  1. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยป้องกันผิวจากแสงยูวี
  2. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย 24 ชั่วโมงหลังการทำ
  3. งดสครับผิวหลังทำประมาณ 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าบางจนเกินไป
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารเคมีและน้ำหอม
  5. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer)
  6. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะเข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ผิว
  7. งดใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี หรือครีมกลุ่ม AHA
  8. งดถูหน้าแรง ๆ เพราะจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ต้องการทำโปรแกรม Ultra Rebooting Skin

  1. ผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย เนื่องจากอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  2. ผู้ที่มีผื่นแพ้ผิวหนังที่กำลังกำเริบบนใบหน้า
  3. ผู้ที่มีแผลใหม่บนใบหน้า หรือเป็นสิวอักเสบ ควรรักษาให้หายก่อนทำหัตถการ
  4. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ
  5. ผู้ที่เป็นโรคลมบ้าหมู
  6. ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ผู้ที่มีเหล็ก โลหะ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ในร่างกาย
  7. ผู้มีอาการเส้นเลือดโป่งพอง

โปรแกรมผลักวิตามินผิวใสแบบครบวงจร Ultra Rebooting Skin ด้วยนวัตกรรมความเย็นและพลังงานแสง 3 สี เป็นหัตถการที่จะช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและฟื้นฟูปรับสภาพผิวให้แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดความหมองคล้ำช่วยปรับผิวขาวกระจ่างใส แก้ปัญหาริ้วรอย รักษาสิว ผิวหย่อนคล้อย ให้ผิวแลดูสุขภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจหรือกำลังตัดสินใจทำโปรแกรมนี้สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการของเราได้ที่ Doctorlife Clinic เพื่อให้แพทย์ได้แนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีพร้อมช่วยเพิ่มความมั่นใจให้มีมากขึ้นด้วย

สอบถาม