ฝ้ารักษายังไง? แนะนำวิธีรักษาฝ้าให้หายขาด

“ฝ้า” เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในผู้หญิง และในคนที่ต้องเจอกับแสงแดดเป็นประจำ ซึ่งวิธีรักษาฝ้าก็มีทั้งวิธีธรรมชาติและการใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วย ในบทความนี้ Doctorlife Clinic จะพาคุณไปเรียนรู้กับลักษณะของฝ้าแต่ละแบบ และวิธีรักษาฝ้าที่จะช่วยคืนความกระจ่างใส และความมั่นใจให้กับตัวคุณ

ฝ้า คืออะไร ลักษณะของฝ้าเป็นแบบไหน?

ฝ้า (Melasma) คือ ภาวะที่ผิวหนังผลิตเมลานินหรือเม็ดสีในชั้นผิวมากขึ้น ทำให้ผิวในบางตำแหน่งมีสีคล้ำขึ้น และปรากฏเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลหรือสีเทาเข้ม 

ฝ้ามักจะเกิดบนส่วนของใบหน้าที่ต้องเจอกับแสงแดดมากกว่าส่วนอื่นๆ เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม หรือ สันจมูก โดยลักษณะของฝ้าและความหนักเบาของปัญหาก็อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล 

ฝ้ามักจะเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังเข้าสู่วัยทอง 

ฝ้า มีกี่แบบ?

เพื่อให้วิธีรักษาฝ้าได้ผลดี สิ่งแรกที่ควรแยกให้ออก ก็คือ ประเภทของฝ้า เนื่องจากฝ้าแต่ละแบบย่อมต้องการการจัดการด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ สามารถแบ่งฝ้าได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  1. ฝ้าตื้น มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลอ่อน มีความลึกน้อยกว่า 1 มม. และมีขอบเขตชัดเจน ฝ้าตื้นมักเกิดบนชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นฝ้าที่พบเจอได้บ่อยและรักษาได้ง่ายที่สุด
  2. ฝ้าลึก มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลกระจายเป็นวงกว้าง ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน และเกิดในชั้นผิวหนังแท้ การรักษาฝ้าประเภทนี้มีความยุ่งยากกว่าแบบแรก และอาจต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดเม็ดสี
  3. ฝ้าผสม หลายครั้งที่การเกิดฝ้ามีลักษณะของฝ้าตื้นและฝ้าลึกผสมกัน จึงจำเป็นต้องใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกันรักษา

ฝ้า เกิดจากอะไร?

ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้ามีหลากหลาย ซึ่งสามารถสรุปปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเกิดฝ้าได้ดังต่อไปนี้

  • แสงแดด เนื่องจากแสงแดดมีทั้งรังสี UVA และ UVB  ซึ่งเป็นตัวการทำลายผิว และทำให้เมลานินในผิวเพิ่มขึ้น ดังนั้น การป้องกันผิวจากแสงแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัย
  • ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือกินยาคุมกำเนิด เนื่องจากเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) แปรปรวน และอาจส่งผลต่อการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติได้
  • พันธุกรรม การเกิดฝ้าเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกได้ ดังนั้น หากผิวของคนในครอบครัวเกิดฝ้าง่าย ลูกหลานก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดฝ้าได้เช่นกัน
  • ยา ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยากันชักบางประเภท อาจมีผลข้างเคียงที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าบริเวณใบหน้าได้
  • เครื่องสำอาง การใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีหรือผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองต่อผิว อาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบหรือเกิดอาการแพ้ จนทำให้เกิดรอยดำแบบฝ้า และจำเป็นต้องหาวิธีรักษาฝ้าที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล

อยากแก้ฝ้าด้วยเทคโนโลยี เลือกแบบไหนที่ดีกับเรา

เมื่อทราบสาเหตุที่ก่อให้เกิดฝ้าไปแล้ว เชื่อว่าทุกคนก็คงอยากจะทำให้ฝ้าจางลงหรือหายไปอย่างถาวร ซึ่งอาจจำเป็นต้องอาศัยวิธีรักษาฝ้าด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ 

ปัจจุบัน มีหลายนวัตกรรมที่น่าสนใจ เพราะสามารถส่งพลังงานไปกำจัดเม็ดสีได้อย่างตรงจุด แต่ก่อนจะเลือกว่าวิธีไหนที่ดีสำหรับเรา จำเป็นต้องเข้าใจความแตกต่างของเทคโนโลยีแต่ละรูปแบบ และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับระดับความรุนแรงและความลึกของฝ้าด้วย 

1. Mesotherapy 

สำหรับผู้ที่มีฝ้าในระดับไม่รุนแรง การทำ Mesotherapy ถือเป็นอีกวิธีรักษาฝ้าที่น่าสนใจ และให้ผลดีกว่าการทาครีมทั่วไป 

เพราะการ Mesotherapy จะเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว โดยสารเหล่านี้จะเข้าไปทำหน้าที่ปรับสภาพผิว ควบคุมการทำงานของเซลล์เม็ดสีเมลานิน ลดความเข้มของจุดด่างดำ รวมถึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ทำให้ผิวดูขาว กระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น 

การทำ Mesotherapy จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเสียเวลาแก้ไขปัญหาผิวหน้าด้วยตัวเอง 

2. Pico Laser 

Pico Laser เป็นวิธีรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ และถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถ ทำลายเม็ดสีเมลานิน และจัดการกับปัญหาฝ้าลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลเซอร์จะเข้าไปทำลายเมลานินที่สะสมในผิวหนังโดยตรง อีกทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ผิวหนังในบริเวณที่ได้รับการรักษาค่อย ๆ กระจ่างใส หรือทำให้มีสีผิวที่อ่อนลงได้

อย่างไรก็ตาม การทำเลเซอร์ฝ้าต้องอาศัยแพทย์ที่ผ่านการอบรมและมีประสบการณ์มากเพียงพอ เพื่อให้ได้ผลตามที่คาดหวัง และลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อาการระคายเคือง หรือรอยดำจากการอักเสบ

เคล็ดลับป้องกันฝ้าให้ใบหน้ากระจ่างใสที่ทำได้ทุกวัน

นอกจากวิธีรักษาฝ้าแล้ว ยังจำเป็นต้องรู้จักการป้องกันอย่างถูกวิธีด้วย ใครไม่อยากมีฝ้าบนใบหน้าหรือต้องการชะลอการเกิดฝ้าให้ช้าลง ควรดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ใช้ครีมกันแดดทุกวัน วิธีปกป้องผิวจากแสงแดดที่ดีที่สุด คือการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ซึ่งควรทาทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันที่อยู่บ้านหรือออกนอกบ้านก็ตาม
  • สวมหมวกและแว่นกันแดด การปกป้องผิวหน้าและดวงตาจากแสงแดดด้วยหมวกแว่นกันแดด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องทำงานกลางแดดจัด หากไม่อยากให้ผิวถูกทำร้าย ต้องรู้จักใช้ตัวช่วยในการปกปิดผิวอย่างเหมาะสม 
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีแรง การเลือกใช้เครื่องสำอางมีส่วนในการป้องกันฝ้าได้เช่นกัน เพราะเครื่องสำอางที่ดีไม่ควรมีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง การเลือกเครื่องสำอางที่เหมาะกับผิวจึงช่วยลดโอกาสเกิดฝ้าได้

เลือกวิธีรักษาฝ้าด้วย Pico Laser กับ Doctorlife Clinic

ปัญหาฝ้าจะเป็นเรื่องเล็ก หากรู้จักแนวทางในการปกป้องผิว และมีวิธีรักษาฝ้าตรงจุด Doctorlife Clinic ขอแนะนำ Pico Laser เทคโนโลยีที่จะช่วยทำลายเม็ดสีเมลานิน แก้ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Pico Laser เป็นวิธีรักษาฝ้าที่ใช้พลังงานแสงส่งเข้าไปที่ผิว ในช่วงระยะเวลาที่สั้นมาก ทำให้เม็ดสีเมลานินในผิวแตกตัวได้อย่างละเอียดและสลายไป โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างและไม่ทำให้ผิวบาง 

ใครที่กำลังมองหาวิธีรักษาฝ้าที่ทำได้ง่าย และมีผลข้างเคียงน้อย สามารถเข้ามาปรึกษาที่ Doctorlife Clinic ได้เลย โดยเรามีทีมแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจและมอบผลลัพธ์ที่น่างพึงพอใจให้กับคุณ