5 ข้อต้องรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ

5 ข้อต้องรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ไม่สดใส บอกลาหน้าโทรม

5 ข้อต้องรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ไม่สดใส บอกลาหน้าโทรม

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตา ตาลึกโหล ไม่สดใส ส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นจุดบนใบหน้าที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย และปัญหาเหล่านี้จะทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ดูโทรมไม่สดใส อีกทั้งยังทำให้สูญเสียความมั่นใจไปได้อีกด้วย หลาย ๆ คนจึงมองหาวิธีในการแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ไม่สดใส ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ให้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่นิยมมากที่สุด นั่นก็คือ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั่นเอง

 

ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นกระบวนการที่ช่วยฟื้นฟูปัญหาใต้ตาคล้ำให้กลับมาสดใสและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยการเติมสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าไปในบริเวณใต้ตาในจุดที่มีปัญหา ซึ่งสารที่ไฮยาลูรอนิค แอซิดนี้ เป็นสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังได้ดี เมื่อเติมเข้าไปแล้วจะช่วยทำให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน ร่องลึกดูตื้นขึ้น รอยคล้ำดูจาง ใบหน้าจึงกลับมาสดใส ดูอ่อนเยาว์ และดูมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

 

แต่หากใครที่กำลังสนใจอยากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หรือเป็นการทำครั้งแรก Doctorlife Clinic ขอแนะนำ 5 ข้อต้องรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อให้คุณสามารถบอกลาใบหน้าโทรมได้อย่างมั่นใจ พร้อมกับได้ความรู้ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ต้องอ่านเรื่องนี้ต่อไปเลย!

ปัญหาใต้ตาดำคล้ำ เบ้าตาลึก เกิดจากสาเหตุใด

ปัญหาใต้ตาดำคล้ำ เบ้าตาลึก เกิดจากสาเหตุใด ?

ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุการเกิดปัญหาใต้ตาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร่องใต้ตา รอยคล้ำใต้ตา ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตา และเบ้าตาลึกกันก่อน ซึ่งปัญหาใต้ตาเหล่านี้เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น กระดูกหรือชั้นไขมันบริเวณใต้ตา เบ้าตา และหน้าแก้ม ที่จะมีการยุบตัวเมื่ออายุมากขึ้น จนทำให้เกิดเบ้าตาลึกและผิวหนังหย่อนคล้อยลงตามไปด้วย อีกทั้งยังเกิดจากพฤติกรรม เช่น การขยี้ตา พักผ่อนน้อย มีความเครียดสะสม ก็จะส่งผลก่อให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาและทำให้เกิดถุงใต้ตาได้ง่าย นอกจากนี้ยังเกิดจากพันธุกรรม หรือการเจริญเติบโตของกระดูกช่วงใต้ตาไม่ดี และโรคภูมิแพ้ ที่ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดติดขัด ส่งผลทำให้เส้นเลือดบริเวณผิวหนังใต้ตาขยายตัว จนเกิดเป็นรอยดำใต้ตาในที่สุด

รวม 5 ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา และริ้วรอยรอบดวงตา

  • รวม 5 ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา และริ้วรอยรอบดวงตา

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร ?

    • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาดำคล้ำ ถุงใต้ตา ริ้วรอยใต้ตา ตาลึก ตาโหล
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาหย่อนคล้อย ผิวเหี่ยวย่น
    •  ผู้ที่ต้องการให้ใต้ตาดูชุ่มชื้นและสดใส
    •  ผู้ที่มีปัญหาใต้ตายุบตัวของกระดูกและเนื้อ
    •  ผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึกจากลักษณะทางพันธุกรรม
    •  ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
    • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และไม่ต้องพักฟื้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

    การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) จะสามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้หลากหลาย ได้แก่

    • ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
    • ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ทำให้รอยคล้ำจางลง
    • เติมเต็มผิวหนังบริเวณใต้ตาให้ดูฟูและกระชับขึ้น
    • ช่วยลดเลือนริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยหางตา รอยตีนกา และรอยย่นรอบดวงตา
    • ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตา และใต้ตาหย่อนคล้อย
    • ช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิว ทำให้ผิวใต้ตาชุ่มชื้น
    • ช่วยให้ใบหน้ากลับมาสดใส แลดูอ่อนเยาว์ ไม่โทรม
    • ช่วยให้องค์ประกอบบริเวณหน้าแก้มและใต้ตาดูสมส่วนมากขึ้น
  • ฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล ?

    สำหรับข้อสงสัยหลังฉีดฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไปแล้ว จะเห็นผลในกี่วันนั้น การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่เห็นผลอย่างรวดเร็ว โดยจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด จะรู้สึกว่าร่องใต้ตาตื้นขึ้น ถุงใต้ตากระชับขึ้น และรอยคล้ำใต้ตาจะค่อย ๆ จางลงประมาณ 4-5 วัน และเริ่มเห็นผลลัพธ์เนื้อฟิลเลอร์เข้าที่ชัดเจนใน 2 สัปดาห์

  • ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

    ระยะเวลาของผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้และการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย โดยแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน เนื่องจากสารไฮยาลูรอนิคเป็นสารเติมเต็มที่ช่วยอุ้มน้ำได้ดี หากดื่มน้ำมาก ๆ ก็จะช่วยให้ผิวอิ่มฟูมากขึ้นด้วย และควรพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้ฟิลเลอร์สลายไปเร็ว เช่น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการเลเซอร์ร้อนลงชั้นผิวประมาณ 1 เดือน เป็นต้น ก็จะช่วยรักษาระยะเวลาของฟิลเลอร์ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้นได้

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม ?

    ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) จากทั่วโลกว่าได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์แท้ด้วยสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่มีคุณสมบัติที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว สามารถอุ้มน้ำได้ดีทำให้ผิวมีความนุ่มชุ่มชื้น และช่วยเติมเต็มผิวให้อิ่มฟูขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์อยู่แล้ว จึงมีความปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ และร่างกายสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติจนหมด 100% โดยไม่เหลือสารตกค้างใด ๆ ในร่างกาย แต่หลังจากฟิลเลอร์สลายหมดก็จะเหลือเป็นคอลลาเจนและอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นมา ทำให้ผิวที่ฉีดฟิลเลอร์มาแล้วยังคงมีความชุ่มชื้นและเรียบเนียนมากกว่าตอนที่ไม่ฉีดนั่นเอง

แน่นอนว่าใคร ๆ ต่างก็อยากมีดวงตาที่ดูสดใสเป็นประกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมใบหน้าให้ดูมีเสน่ห์และดูน่ามองมากขึ้นด้วย การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จึงเป็นหัตถการที่จะช่วยแก้ปัญหาใต้ตา ทั้งริ้วรอยใต้ตา รอยคล้ำใต้ตา ตาลึกโหล และถุงใต้ตา ทำให้ดวงตากลับมาสดใส มีชีวิตชีวา แลดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถเห็นผลได้เร็วทันใจ ดังนั้น

หากท่านใดมีปัญหาใต้ตาเหล่านี้ หรือสนใจอยากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Doctorlife Clinic โดยคุณหมอจะช่วยประเมินปัญหาที่ต้องการแก้ไขว่าควรรักษาอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพและพึงพอใจของผู้เข้ารับบริการมากที่สุด

สอบถาม