มัดรวมเรื่องควรรู้ก่อนฉีดโปรแกรมฉีดโบลดริ้วรอย

การมีริ้วรอยบนใบหน้าย่อมทำให้อายุของคุณดูเพิ่มมากขึ้น และถ้ายิ่งปล่อยไว้นานริ้วรอยต่าง ๆ ก็จะยิ่งเด่นชัดมากขึ้นจนทำให้ยากต่อการแก้ไข ด้วยเหตุนี้ การพยายามดูแลตัวเองด้วยการโปรแกรมฉีดโบท็อก ลดเลือนริ้วรอย จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกัน เพื่อที่จะช่วยชะลอความแก่ชราที่ปรากฏบนใบหน้าให้เกิดได้ช้าที่สุด

ริ้วรอย เกิดจากอะไร ?

ริ้วรอยบนใบหน้าเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปเมื่อมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งสาเหตุของการเกิดริ้วรอยมีหลายอย่าง ดังนี้

  1. อายุ – เป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอย เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น หย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  2. การแสดงสีหน้า – การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้วบ่อยๆ เมื่อทำติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดรอยย่นจากการขยับของกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้
  3. แสงแดด – รังสียูวีในแสงแดดมีส่วนในการทำลายโครงสร้างของคอลลาเจนในชั้นผิว ส่งผลผิวแก่เร็ว และเกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัย
  4. ความแห้งกร้านของผิว – ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น จะเกิดเป็นริ้วรอยได้ง่ายขึ้น 

เห็นได้ชัดเจนว่า ปัจจัยของการเกิดริ้วรอยนั้นมีอยู่หลากหลาย จึงไม่แปลกเลยที่โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยจะกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ริ้วรอยมีกี่ประเภท ?

ก่อนที่จะเลือกวิธีรักษาด้วยการโปรแกรมฉีดโบลดริ้วรอย อยากให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาริ้วรอยที่เราพบได้บนใบหน้าก่อน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ 

ริ้วรอยแบบตื้น

ริ้วรอยประเภทนี้เป็นเพียงริ้วรอยเริ่มแรก ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณผิวหนังชั้นกำพร้าส่วนบน และยังไม่ได้ลึกลงไปถึงโครงสร้างของชั้นผิวหนังแท้ โดยส่วนใหญ่จะเกิดริ้วรอยประเภทนี้เมื่ออายุมากขึ้น รวมไปถึงการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดปัญหาความเหี่ยวย่นของผิวหน้าก่อนวัย 

ริ้วรอยแบบลึก

ริ้วรอยแบบลึก เป็นริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า หรือการขยับกล้ามเนื้อใบหน้านั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลิกหน้าผากหรือการขมวดคิ้ว เมื่อทำซ้ำ ๆ ติดต่อกันนาน ๆ ก็จะทำให้เกิดเป็นริ้วรอยบนใบหน้าอย่างชัดเจน การแสดงสีหน้าทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้หนังแท้และหนังกำพร้าดึงเข้าหากัน ทั้งนี้ คนที่มีปัญหาผิวแห้งหรือผิวมันมาก ๆ มักจะเกิดขึ้นริ้วรอยลักษณะนี้ได้มากกว่าคนที่มีการดูแลผิวให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ

สาเหตุของการเกิดริ้วรอย

สาเหตุของการเกิดริ้วรอยมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายใน เช่น เรื่องของอายุ หรือปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด โดย 3 ปัจจัยหลัก ๆ ที่เป็นตัวการทำให้ใบหน้าเกิดเป็นริ้วรอย มีอยู่ดังนี้

อายุที่มากขึ้น 

ความแก่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการผลิตคลอลลาเจนในร่างกายจะลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ไม่เต่งตึง มีความหย่อนคล้อยและเริ่มเผยให้เห็ยริ้วรอยโดยเฉพาะในบริเวณที่มีการขยับมาก ๆ เช่น ขอบปาก หรือ รอบดวงตา

การแสดงสีหน้า

การแสดงสีหน้าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย เช่น คนที่ติดนิสัยชอบขมวดคิ้วบ่อย ๆ มักจะมีริ้วรอยบริเวณหัวคิ้ว คนที่ยิ้มบ่อย ก็มักจะมีริ้วรอยรอบขอบปาก เป็นต้น

แสงแดดและมลภาวะ

แสงแดดและมลภาวะ เป็นปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผิวแก่ตัวเร็วขึ้น โดยรังสียูวีในแสงแดดสามารถทำลายโครงสร้างของคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเต่งตึง และมลภาวะก็มีผลทำให้เกราะป้องกันทางธรรมชาติของผิวเสียหาย ส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื้น อักเสบง่าย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิวถึงระดับเซลล์ด้วย 

โบท็อกริ้วรอยมีกระบวนการทำงานอย่างไร ?

ไม่ว่าปัญหาผิวหน้าของคุณจะเป็นปัญหาริ้วรอยแบบตื้นหรือแบบลึก การแก้ไขด้วยการฉีดโบลดริ้วรอยสามารถช่วยให้ผิวหน้าของคุณได้รับการดูแลที่ดีขึ้นได้ทั้งสิ้น 

เนื่องจากโบท็อกคือ สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยคลายกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีริ้วรอย จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง และมีผลต่อการลดเลือนริ้วรอยบริเวณได้ภายในเวลาไม่กี่วัน อีกทั้ง ยังมีความสามารถในการป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนว่าสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ มีหลายเกรด หลายยี่ห้อ ผู้ผลิตแต่ละรายอาจใช้เทคโนโลยีในการสกัดสารตัวนี้ออกมาไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้ความสามารถในการรักษาไม่เท่ากันตามไปด้วย ดังนั้น ก่อนรับการฉีดโบลดริ้วรอย จึงต้องศึกษาให้ดีว่าสารโบท็อกที่เลือกใช้มีคุณสมบัติอย่างไร และได้รับการรับรองความปลอดภัยแล้วหรือไม่

โปรแกรมฉีดโบท็อก ลดเลือนริ้วรอยที่จุดไหนได้บ้าง ?

โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยสามารถแก้ปัญหาได้ในหลายตำแหน่ง สำหรับคนที่กำลังมีปัญหาเรื่องริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ลองพิจารณาจุดต่าง ๆ ต่อไปนี้เพื่อใช้โบท็อกเข้าไปสลายปัญหาริ้วรอยแห่งวัย

  • โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา
    ริ้วรอยรอบดวงตาเป็นริ้วรอยที่เกิดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นรอยตีนกา ริ้วรอยบริเวณหางตา หรือริ้วรอยอื่น ๆ รอบดวงตา ซึ่งสามารถใช้โปรแกรมฉีดโบท็อกเพื่อคลายกล้ามเนื้อ และทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ จางลงได้ แต่บริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่ค่อนข้างจะบอบบาง ในการฉีดลดริ้วรอย จึงต้องใช้โบท็อกในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดอาการตาแข็งหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม
    ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมักเกิดขึ้นตามวัย เนื่องจากความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ซึ่งอาจเป็นเพราะผลจากรังสียูวีที่เป็นตัวการสำคัญในการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว หรืออาจเกิดจากการยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้บ่อย ๆ ทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าส่วนนี้มีการเคลื่อนไหวจนเกิดริ้วรอยขึ้นมา การฉีดโบท็อกในบริเวณนี้จะช่วยทำให้ร่องแก้มลดลงหรือตื้นขึ้นได้ และส่งผลให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนได้มากขึ้นกว่าเดิม 
  • โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยบริเวณหน้าผาก
    ริ้วรอยที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก อาจทำให้คุณขาดความมั่นใจเมื่อต้องแสดงออกทางสีหน้า เนื่องจากมักจะเป็นจุดสังเกตที่ปรากฏอย่างเด่นชัดมากกว่าริ้วรอยที่บริเวณอื่น ๆ แต่การใช้โปรแกรมฉีดโบท็อกสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ และค่อนข้างเห็นผลได้อย่างชัดเจนกว่าบริเวณอื่น ๆ บนใบหน้า 
  • โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยบริเวณระหว่างคิ้ว
    หากคุณเป็นคนที่เครียดง่าย หรือมีเรื่องให้คิดหนักอยู่บ่อย ๆ คุณอาจจะเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว และทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยบริเวณหว่างคิ้วได้ง่าย การฉีดโบท็อกบริเวณนี้มีส่วนช่วยให้ริ้วรอยจางลง แต่เนื่องจากบริเวณคิ้วมีเส้นประสาทอยู่ค่อนข้างมาก จึงเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงอย่างใกล้ชิด

ขั้นตอนการโปรแกรมฉีดโบท็อกลดริ้วรอย 

หากคุณเริ่มสนใจอยากจะฉีดโบลดริ้วรอย มีขั้นตอนที่ควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ ดังต่อไปนี้ 

  1. ก่อนโปรแกรมโบท็อกริ้วรอยควรมีการขอคำปรึกษาและพบแพทย์ การรับการตรวจวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยบนใบหน้าเป็นจุดเริ่มต้นแรกที่ควรใส่ใจ เพื่อให้แพทย์ทำการประเมินว่ามีบริเวณใดบ้างที่สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยได้ด้วยการฉีดโบท็อก และควรที่จะฉีดในปริมาณเท่าไหร่จึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  2. ทายาชาและประคบความเย็น ก่อนเริ่มโปรแกรมโบท็อกริ้วรอยจะต้องมีการทายาชาและประคบความเย็นในบริเวณที่ต้องการฉีดเพื่อลดความเจ็บปวด และจะต้องรอเวลาจนกว่ายาชาจะออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ก่อน
  3. แพทย์เริ่มทำโปรแกรมโบท็อกริ้วรอย โดยจะใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและบริเวณที่ต้องการ ซึ่งในแต่ละครั้งจะใช้เวลาในการฉีดประมาณ 10-15 นาที
  4. หลังทำโปรแกรมโบท็อกริ้วรอยจะมีการติดตามผล โดยตัวยาจะใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าที่จะออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีผลข้างเคียงหลังการฉีดโบท็อกได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และถือเป็นผลข้างเคียงเล็กน้อยที่ไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

โปรแกรมฉีดโบท็อกริ้วรอย ต้องรอกี่วันจึงจะเห็นผล ?

การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยสามารถเห็นผลได้ไวกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทอื่น ๆ โดยริ้วรอยจะเริ่มจางลงหลังจากโปรแกรมฉีดโบท็อกไปได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และผลของการรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน

ดังนั้น แพทย์จึงแนะนำให้กลับมาฉีดโบท็อกซ้ำ หากเริ่มรู้สึกว่าริ้วรอยเริ่มกลับมาปรากฏชัดขึ้นอีกครั้ง โดยกำหนดความถี่ของการฉีดโบลดริ้วรอยอยู่ที่ประมาณ 2-3 ครั้งต่อปี

โปรแกรมฉีดโบท็อกริ้วรอยอันตรายไหม?

โปรแกรมโบท็อกริ้วรอย เป็นวิธีที่ปลอดภัยหากดำเนินการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง และใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ที่มีการรับรองในปริมาณที่เหมาะสม เราจึงควรเลือกทำโปรแกรมโบท็อกริ้วรอยกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือเสมอ

เลือกโปรแกรมโบท็อกลดริ้วรอยที่ไหน เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย

เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับโปรแกรมฉีดโบท็อกริ้วรอยที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ การเลือกคลินิกจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรพิจารณาปัจจัยตต่อไปนี้:

  • คลินิกมีใบอนุญาตและได้มาตรฐาน: คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ชัดเจน รวมถึงมีความสะอาดและเครื่องมือที่ได้ถูกต้องตามมาตรฐานการแพทย์
  • มีแพทย์เป็นผู้ดำเนินการ: โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีการประเมินสภาพผิวและพูดคุยถึความต้องการก่อนทำ เพื่อให้มั่นใจว่า เราจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัย 
  • ใช้โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยที่ได้รับการรับรองและตรวจสอบได้: คลินิกควรใช้ตัวยาที่เป็นของแท้ มีเลขทะเบียน อย. และสามารถตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทนำเข้าได้
  • มีรีวิวที่น่าเชื่อถือ: การอ่านรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงจะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกคลินิกได้ง่ายขึ้น
  • ราคาที่สมเหตุสมผล: เปรียบเทียบราคาของโปรแกรมโบท็อกริ้วรอยที่คลินิกแต่ละทีมีให้ โดยราคานั้นไม่ควรถูกหรือแพงเกินไป

ข้อดี – ข้อเสีย ของการใช้โปรแกรมฉีดโบท็อกลดริ้วรอย

หลังจากทราบรายละเอียดของการฉีดโบท็อกลดเลือนริ้วรอยไปแล้ว หลายคนอาจจะกำลังคิดหนักว่า แล้วข้อดีหรือข้อเสียของการฉีดโบลดริ้วรอยเป็นอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจว่าวิธีนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ เราจะช่วยสรุปให้คุณได้รู้ว่าข้อมูลทั้ง 2 ประเด็นอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

ข้อดีของโปรแกรมโบท็อกริ้วรอย

  • เห็นผลลัพธ์การฉีดโบลดริ้วรอยได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์ ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และเพิ่มความมั่นใจได้ทันที
  • ลดริ้วรอยเฉพาะจุดได้ตามความต้องการ 
  • หลังฉีดโบท็อกสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • เป็นวิธีที่ปลอดภัยหากได้รับการฉีดและการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด 

ข้อเสียของโปรแกรมโบท็อกริ้วรอย

  • โปรแกรมโบท็อกริ้วรอยอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น อาการบวม แดง หรืออาการตึง เป็นต้น ซึ่งอาจแตกต่างออกไปในแต่ละบุคคล
  • ผลลัพธ์ของโปรแกรมโบท็อกริ้วรอยไม่คงทนถาวร จำเป็นต้องฉีดโบท็อกซ้ำเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีอย่างต่อเนื่อง

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดโบลดริ้วรอย

ก่อนเข้ารับโบลดริ้วรอย คุณสามารถเตรียมตัวเองให้พร้อมได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ก่อนตัดสินรับการฉีดโบลดริ้วรอย ควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกที่จะเข้ารับการรักษา และอ่านรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าในเรื่องของความปลอดภัย และความพึงพอใจในผลของการฉีดโบลดริ้วรอย
  • งดกินยากลุ่ม NSAIDs เช่น Aspirin, Ibuprofen และอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการฉีดโบลดริ้วรอย
  • งดรับการรักษาอื่น ๆ เช่น การสครับหน้า หรือเลเซอร์หลุมสิว นช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการฉีดโบลดริ้วรอย
  • แจ้งแพทย์ถึงโรคประจำตัวและยาที่ใช้ก่อนเข้ารับการฉีดโบลดริ้วรอยทุกครั้ง

วิธีการดูแลตัวเองหลังโปรแกรมโบท็อกริ้วรอย

เมื่อคุณได้รับการฉีดโบท็อกเพื่อลดริ้วรอยไปแล้ว สามารถกลับบ้านและทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ มีหลักการในการดูแลตัวเองที่ต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงหลังการฉีดโบริ้วรอย ดังต่อไปนี้ 

  • ไม่ควรนอนพื้นราบหรือนอนคว่ำหลังการฉีดโบลดริ้วรอย
  • งดอาหารหมักดองและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภท
  • งดใช้เครื่องสำอางที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เช่น กรดวิตามินเอ หรือ AHA เป็นต้น อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดการนวดหน้าหรือทำทรีตเมนท์บนใบหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังฉีดโบลดริ้วรอย
  • ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำเปล่า และไม่เช็ดหน้าแรง ๆ 
  • หลีกเลี่ยงความร้อน และแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ก่อนออกแดดทุกครั้ง 

แต่ละจุดบนในหน้าควรฉีดโบลดริ้วรอยมากน้อยแค่ไหน?

การจะฉีดโบลดริ้วรอยบนใบหน้าในแต่ละบริเวณมีปริมาณแนะนำที่แตกต่างกัน และต้องได้รับการดูแลจากคุณหมอที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น เพื่อทำให้สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน และไม่ฉีดในปริมาณที่มากจนเกินไปจนทำให้ใบหน้าไม่เป็นธรรมชาติ 

ทั้งนี้ ปริมาณการฉีดโบลดริ้วรอยที่เหมาะสมในแต่ละจุดบนใบหน้า มีดังต่อไปนี้ 

  • บริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว ไม่ควรฉีดเกิน 12-16 ยูนิต 
  • บริเวณดวงตา ไม่ควรฉีดเกิน 10-16 ยูนิต 
  • บริเวณจมูก ไม่ควรฉีดเกิน 6 ยูนิต

สรุปแล้ว เราควรทำโปรแกรมฉีดโบท็อก ลดริ้วรอยหรือไม่?

โปรแกรมฉีดโบท็อกเพื่อลดริ้วรอย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยให้ใบหน้าของคุณดูดีขึ้นได้ เนื่องมาจากโบท็อกเป็นสารที่ทางการแพทย์นิยมใช้ มีความปลอดภัย และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว 

ทั้งนี้ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อกที่เลือกใช้ด้วย ซึ่งทาง Doctorlife Clinic เลือกใช้โบท็อกคุณภาพสูงและเป็นยี่ห้อชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อ Botox Allergan, Botox ABO Dysport, Botox Botulax หรือ Botox Aestox เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในทุกการใช้บริการ 

ใครที่กำลังมีความกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยบนใบหน้า สามารถเข้ามาขอคำปรึกษาจากคุณหมอก่อนได้ เพราะเรามีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและดูแลปัญหาบนใบหน้าโดยเฉพาะ