ผิวหน้าที่เต่งตึง และแข็งแรง ถือเป็นพื้นฐานของความงามแบบธรรมชาติของใครหลาย ๆ คน โปรแกรมฉีด Radiesse จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และได้รับความนิยมผู้ใช้ทั่วโลก ด้วย ประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิว และ ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานถึง 2 ปี
Radiesse® คืออะไร
RADIESSE® (เรเดียสซ์) คือ สารแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (Calcium Hydroxylapatite, CaHA) ที่มีทั้งคุณสมบัติในฟื้นฟูคุณภาพผิวและคุณสมบัติการเติมเต็มปริมาตรผิวคล้ายกับสารไฮยาลูรอนิก แอซิด โดย CaHA นับเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen biostimulator) ที่จะช่วยให้เซลล์ผิวผลิตคอลลาเจน อีลาสติน และเส้นใยโปรตีนอื่น ๆ ซึ่งจะเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็เติมเต็มผิวให้ดูฟู กระชับ
เราจึงสามารถสรุปได้ว่า โปรแกรมฉีด Radiesse คือ การกระตุ้นคอลลาเจน และเติมวอลลุ่มให้ผิวคล้ายในเวลาเดียวกันนั่นเอง
ความพิเศษของ Radiesse อยู่ที่โมเลกุลสาร CaHA ที่มาในรูปแบบของ Microsphere ที่มีอนุภาคเล็กเพียง 25-45 ไมครอน ทำให้สามารถแทรกซึมเข้าไปใต้ชั้นผิวได้ง่าย ตัว CaHA จะเข้าไปช่วยเสริมโครงสร้างของชั้นผิวผ่านการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและเส้นใยต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรมฉีด Radiesse จะเป็นผิวหน้าที่ดูอิ่มน้ำ ยืดหยุ่น เรียบเนียนมาก และดูอ่อนวัยยิ่งขึ้น
Radiesse ทำงานอย่างไร
สาร CaHA เป็นสารประกอบที่สามารถพบได้ในกระดูกของเรา และสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อฉีด Radiesse แล้ว ตัวยาจะเข้าไปเติมเต็มปริมาตรผิวทำให้ผิวกระชับและอิ่มฟูมากขึ้นทันที สาร CaHA ที่ถูกดูดซึมแล้วจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจน อีลาสติน และเส้นใยโครงสร้างอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างตาข่าย (Scaffold) ของผิวชั้นหนังแท้ กระบวนการนี้จะฟื้นฟูผิวให้มีความยืดหยุ่น เต่งตึง และช่วยให้ริ้วรอยดูจางลงด้วย
นอกจากนี้ สาร CaHA ยังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดฝอย (Angiogensis) ซึ่งช่วยให้ผิวดูอมชมพู สุขภาพดี และทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นสารที่ย่อยสลายได้ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง และไม่รบกวนการทำงานของร่างกายแน่นอน
คุณสมบัติของ Radiesse
- เติมเต็มวอลลุ่ม ยกกระชับผิว ช่วยให้ริ้วรอยจางลง
- กระตุ้นให้เกิดการสร้าง Collagen type I สูงถึง 150% ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว พร้อมล็อกความชุ่มชื้น
- กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน Type III (หรือคอลลาเจนที่พบมากในผิวเด็ก) ถึง 130% ให้ผิวดูเต่งตึง อ่อนวัย
- เพิ่มเส้นใยอีลาสติน สูงถึง 260% เสริมความแข็งแรงของผิว พร้อมป้องกันการเกิดริ้วรอย
- เพิ่มโมเลกุล Proteoglycan สารประกอบของโครงสร้างตาข่ายผิวที่จะเสริมความแข็งแรงให้ผิว
- สร้างเส้นเลือดฝอย (Angiogenesis) ใต้ชั้นผิว เพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อการหล่อเลี้ยงเซลล์ ช่วยให้ฟื้นฟูผิวให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้น
โปรแกรมฉีด Radiesse ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
โปรแกรมฉีด Radiesse โดดเด่นในเรื่องการคืนความอ่อนเยาว์ และฟื้นฟูคุณภาพให้ผิว ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างรอบเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดียิ่งขึ้น
- ช่วยเติมเต็มให้ผิวอิ่มฟูกระชับ ดูอ่อนวัย
- เพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้ผิว
- ฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก เสริมโครงสร้างให้ผิวแข็งแรง ช่วยให้คุณภาพผิวดีขึ้น
- ช่วยลดริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และริ้วรอยรอบดวงตา
- ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณมุมปาก แก้มตอบ ขมับตอบ และลำคอ
โปรแกรมฉีด Radiesse เป็นการรักษาที่ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น โดยสำหรับคนที่เข้าโปรแกรมการฉีด Radiesse ครั้งแรก แพทย์จะแนะนำให้ฉีดติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 4-6 สัปดาห์
ผลลัพธ์ของ Radiesse ก็มีอายุนานถึง 15-24 เดือน จากนั้นสามารถฉีดกระตุ้นเพิ่มคงผลลัพธ์ได้ ทุก ๆ 12-18 เดือน โปรแกรมฉีด Radiesse จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะสมสำหรับคนที่ต้องการการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกแต่ไม่ค่อยมีเวลาให้ตัวเอง
Radiesse มีกี่รุ่น อะไรบ้าง
ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ Radiesse มีจำหน่ายอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ RADIESSE® และ RADIESSE® (+)
โดย RADIESSE® ประกอบไปด้วยสาร CaHA ในรูปแบบ Microspheres ที่อยู่ในเนื้อเจลเข้มข้น และ RADIESSE® (+) จะเป็นสาร CaHA Microspheres ในเจลผสมกับยาชา Lidocaine เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด
โปรแกรมฉีด Radiesse ทำได้ในบริเวณไหนบ้าง
โปรแกรมฉีด Radiesse เป็นการเติมเต็มวอลลุ่มให้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวดูกระชับมากขึ้น ส่งผลให้รอยเหี่ยวย่นและริ้วรอยดูจางลง สาร CaHA ยังจะช่วยในเรื่องของการทดแทนคอลลาเจนและเส้นใยอื่น ๆ ที่ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง โดยบริเวณที่สามารถฉีดได้มีดังนี้
- บริเวณขมับ – เพิ่มมิติและความอิ่มฟู แก้ปัญหาขมับตอบ
- หน้าแก้ม – ช่วยยกกระชับใบหน้า เพิ่มความเต่งดึงอ่อนวัย
- ร่องแก้ม – แก้ปัญหาร่องแก้มลึก ที่ทำให้ใบหน้าดูสุขภาพไม่ดี
- ร่องน้ำหมาก – ลดเลือนริ้วรอย และยกเว้นมุมปากให้กระชับ ช่วยให้ใบหน้าดูสดใส และอ่อนวัยขึ้น
- บริเวณกรอบหน้า – ช่วยให้เพิ่มความกระชับของผิว ให้กรอบหน้าที่ชัดเจน
- บริเวณหลังมือ : ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นและเติมวอลลุ่มให้ผิวบริเวณหลังมือ
ใครเหมาะกับโปรแกรมฉีด Radiesse
- คนที่ต้องการเพิ่มมวลคอลลาเจนให้กับผิวหน้า
- คนมีปัญหาริ้วรอยร่องลึก เช่น รอยร่องน้ำหมาก หรือ ร่องแก้ม
- คนที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ดูหย่อนคล้อย แก่กว่าวัย
- คนที่ต้องการเติมปริมาตรให้ใบหน้าดูมีมิติ และอิ่มฟู
- คนที่มีปัญหาผิวหนังขาดความชุ่มชื้น ผิวหมองคล้ำ
- คนที่ต้องการแก้ปัญหาความเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและหลังมือ
- คนที่ต้องการการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก แต่ไม่ค่อยมีเวลาเข้าคลินิก
อย่างไรก็ดี ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ เราควรมีการปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา และให้มั่นใจว่าทรีตเมนต์นั้น ๆ ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราอย่างแท้จริง
ใครไม่เหมาะกับโปรแกรมฉีด Radiesse
ทุกการรักษามีข้อจำกัด ผู้ที่ไม่เหมาะกับโปรแกรมฉีด Radiesse ได้แก่กลุ่มคนต่อไปนี้
- สตรีกำลังที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- คนที่มีภาวะความผิดปกติทางเลือด ที่ส่งผลให้เลือดออกง่าย
- ผู้มีประวัติเคยมีประวัติการแพ้รุนแรง หรือ Anaphylaxis
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่ฉีด เป็นสิว หรือเป็นแผล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษา
- ผู้ที่มีโรคเบาหวาน โรคลมชัก หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง
- ผู้ที่มีแนวโน้มในการเกิดแผลคีลอยด์ (Keloid) หรือแผลเป็นแบบนูน
Radiesse vs Sculptra ต่างกันอย่างไร
Sculptra เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen biostimulator) อีกหนึ่งตัวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่แพ้กัน Radiesse เพียงแต่ Sculptra คือ สารโพลีแลกติก แอซิด หรือ PLLA (Polylactic acid) ที่โดดเด่นในเรื่องของการสมานแผล ความแตกต่างของ Radiesse และ Sculptra มีดังนี้
ตัวยา และกลไกการทำงาน
- Radiesse คือ สาร CaHA ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบในกระดูก มีคุณสมบัติในการเพิ่มการผลิตคอลลาเจน อีลาสติน และเส้นใยโปรตีโอไกลแคน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างโครงสร้างตาข่ายของผิวหนัง เพิ่มความยืดหยุ่น และฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงมากขึ้น
- Radiesse โดดเด่นในเรื่องของการเติมเต็มปริมาตรผิว พร้อมลดเลือนริ้วรอยร่องลึก และเพิ่มความอิ่มฟูให้ใบหน้า
- Sculptra คือ สาร PLLA ซึ่งเป็นสารประกอบตัวเดียวกับไหมละลาย (Suture thread) มีสรรพคุณในการกระตุ้นเซลล์ให้เข้าสู่กระบวนการสมานแผล ซึ่งทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน อีลาสติน และเซลล์ผิวใหม่ได้มากขึ้น
- Sculptra โดดเด่นในเรื่องของการรักษาหลุมสิว ฟื้นฟูผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอย และการชะลอวัย
ระยะเวลาการรักษา และผลลัพธ์
- โปรแกรมฉีด Radiesse ควรทำอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 4-6 สัปดาห์ ให้ผลลัพธ์ที่มีอายุ 15-24 เดือน โดยผลลัพธ์จะสามารถเห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด
- การฉีด Sculptra ควรทำติดอย่างน้อย อย่างน้อย 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ โดยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังก่อนจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง เมื่อฉีดครบคอร์สแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนก่อนจะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่ และผลลัพธ์จะมีอายุยาวนานถึง 25 เดือน
- ทั้ง Sculptra และ Radiesse เป็นสารประกอบที่ไม่รบกวนการทำงานของร่างกาย และสามารถสลายตัวได้ตามกลไกธรรมชาติ
ลักษณะเฉพาะตัว
- Radiesse สามารถเติมเต็มปริมาตรผิวได้ดี และช่วยในเรื่องของการยกกระชับใบหน้า อีกทั้งยังสามารถฉีดบริเวณหลังมือ เพื่อเติมวอลลุ่มและลดความเหี่ยวย่นได้
- Sculptra ช่วยรักษารอยแผลเป็นชนิดหลุมสิว และชะลอการเกิดริ้วรอย
ทั้ง Sculptra และ Radiesse ถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยเติมความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงให้ผิว แต่หัตถการทั้งสองตัว ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ต่างกัน ฉะนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกการรักษา จึงควรมีการปรึกษาแพทย์ถึงผลลัพธ์ที่อยากได้ก่อนเสมอ
ฟื้นฟูผิว เติมวอลลุ่มให้หน้าอิ่มฟู สดใส กับโปรแกรมฉีด Radiesse ที่ Doctorlife Clinic
โปรแกรมการฉีด Radiesse ถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยฟื้นฟูผิว เติมเต็มอิ่มฟู และคืนความอ่อนวัยให้ผิวที่ประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังเป็นหัตถการที่ทำได้รวดเร็ว ผลข้างเคียงต่ำ และให้ผลลัพธ์แบบ 3 ด้าน ดังนี้
- Healthier โครงสร้างผิวแข็งแรง ผิวแน่นกระชับ สุขภาพผิวดูดีขึ้น
- Younger ผิวยกกระชับขึ้น ริ้วรอยร่องตื้นลดลง ผิวดูอ่อนเยาว์
- Longer คงผลลัพธ์อายุผิวที่ดียาวนานถึง 2 ปี
ท่านใดที่มีความสนใจ อยากดูแลผิว ยกกระชับใบหน้า และเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง สามารถเข้ามาปรึกษาเราที่ Doctorlife Clinic ได้เสมอ โดยก่อนเริ่มโปรแกรม จะมีการประเมินและออกแบบแผนการรักษา เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
